สาวไทยพร้อมไหม? เทรนด์ใหม่สุดฮิตนมเกือบโผล่!

 

โลกของแฟชั่น เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป สักพักก็มาใหม่ และก็หายไปใหม่วนไปเป็นเหมือนวัฎจักร เรื่องการแต่งตัววับๆ แวมๆ ของสตรีเพศต่างก็มีมานานแล้วตามประวัติศาสตร์โลก ทว่าดีกรีความโป๊ที่หลายคนเข้าใจกันนั้นมันก็มักจะขึ้นอยู่กับมุมมอง สังคม และยุคสมัย แต่สำหรับโลกยุคปัจจุบันนี้การโชว์หน้าอกครึ่งเต้าดูจะเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ในระดับโลกไปแล้ว หรือจะพูดง่ายๆ คือ ก็ฉันจะใส่ ใครสน? ตาม Newszociety.com มาดูกัน

ถ้าย้อนกลับไปถึงเทรนด์เต้ากับโผล่นี้ก็เห็นจะเป็นลุคของนักร้องดีว่าสาวลูกสองอย่าง Cristina Aguilera ในงานประกาศผลรางวัน MTV Music Award ในปี 2002 ซึ่งปีนั้นเป็นปีที่เธอปล่อยอัลบั้มสุดฮิตที่ฮอตไปทั้งโลกอย่าง Stripped ชื่อก็บอกถึงความเปลี่ยนแปลงจากลุคสาวใสใสในอัลบั้มแรก เป็นสาวที่มีความดิบมากขึ้น ซึ่งลุคนี้เป็นการนำเพียงผ้าพันคอมาพันเป็นเสื้อสุดชิค เรียกแสดงแฟลชและเสียงเรียกจากช่างภาพและแฟนคลับ ที่ทึงในการเปลี่ยนลุคครั้งยิ่งใหญ่ของเธอในครั้งนั้น แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากคิดว่าหากเจ้าผ้านั้นเกิดหลุดขึ้นมากลางงาน คงไม่ต้องบอกว่าหนุ่มๆ ได้ปากอ้าตาค้างกันเป็นแน่ อย่างไรก็ตามการแต่งตัวสไตล์นี้ก็ไม่ได้รับความนิยมสักเท่าไหร่ในสมัยนั้น และถูกลืมเลือนไป (ซึ่งแตกต่างจากผลงานเพลงอันเป็นอมตะอย่าง Beautiful ของเธอ)

แต่จุดเริ่มต้นนั้นก็ส่งเอ็ฟเฟ็กความดิบอย่างทรงพลังมาไม่มากก็น้อย เพราะในปีต่อมาเราก้ได้เห็น Teyana Taylor ใส่จีสตริงตัวจิ๋วที่เอานิ้วสะกิดก็ขาด กับเสื้อตัวบนที่ไม่รู้ว่าผ้ามันแพงหรืออย่างไรในเอ็มวีเพลง Fade ของ Kanye West และในสัปดาห์ต่อมาก็ปรากฏเธอในโชว์คอลเลกชั่น The Yeezy Season 4 พร้อมด้วยเสื้อครึ่งเต้าตัวจิ๋วของเธออีกครั้ง แต่กระนั้นความแซ่บมันอยู่ตรงที่เธอให้คำตอบกับผู้สื่อข่าวท่านหนึ่งว่า “จริงๆ แล้วเสื้อครึ่งเต้ามันไม่ได้เป็นความตั้งใจของฉันนะ แต่หน้าอกฉันมันใหญ่เกินกว่าที่จะมีเสื้อไซส์พอดีกับมัน ฉันจึงใส่มันทั้งอย่างนั้น” เดี๋ยวๆๆ หล่อนไปเอาความมั่นแบบนี้มาจากไหน? แต่ถึงกระนั้นก็เถอะเราก็เห็นได้จากภาพว่าเธอมีของจริงๆ

จะเรียกว่าตั้งแต่ Christina Aguilera ไปจนถึง Tayana Taylor เธอทั้งสองเป็นผู้นำเทรนด์นี้ก็คงไม่ผิด แต่คนที่ทำให้เสื้อครั้งเต้ามาเป็นกระแสในตอนนี้ คงจะเปลี่ยนผันไปเป็นอื่นไม่ได้ ถ้าให้คิดแบบไม่ต้องใช้เวลาเดาคงจะมีไม่กี่ชื่อที่ผุดขึ้นมา และถ้าพูดว่า Lady Gaga ก็คงไม่มีใครรู้สึกแปลกใจกับการแต่งตัวสไตล์นี้ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เจ้าเสื้อโชว์ครึ่งเต้า กลายมาเป็นที่จับตาและน่าสนใจจนเหล่าดีไซเนอร์แบรนด์ดังนั่งเฉยไม่ได้ และที่สำคัญ ไม่ว่าจะเหล่าเซเลบริตี้ นางแบบ ต่างก็ทนกระแสโชว์ครึ่งเต้านี้ไม่ไหว เป็นต้องใส่ถ่ายโชว์ลงอินสตาแกรมกันเป็นแถว แต่ถ้าสาวไทยคนไหนไม่อยากตกเทรนด์ แต่ยังหาเสื้อแบบนี้ไม่ได้ ก็ลองหาเสื้อ Crop Top มาสักตัว ตอนใส่ก็ม้วนเอาด้านหน้า พับเก็บและเอาเข็มกลัดเอาไว้ให้เรียบร้อย แค่นี้คุณก็จะได้เสื้อแบบ Underboob ไว้ใส่เชิดแล้ว แต่เดี๋ยวก่อน ก่อนที่จะได้เชิดกรุณาเช็คขนาดของตัวเองก่อนนะคะว่ามันจะเป็นดังใจนึกหรือไม่ เพราะถ้าหากหน้าอกของคุณเล็กเกินไป แนะนำเสื้อผ้าทรงอื่นเถอะคะ มีให้เลือกมากมาย

      อย่างไรก็ดีสไตล์นี้ก็คงจะยังไม่น่าจะเป็นที่เหมาะสมกับสังคมบ้านเราสักเท่าไหร่ แต่ก็ใช่ว่าเราปิดกั้นหรือมองเป็นอื่นนะคะ แต่ถ้าใครอยากใส่โชว์ของจริงๆ ก็จัดเป็นไพรเวทปาร์ตี้ไว้แฮงเอ้าท์กับเพื่อนๆ ดูจะเข้าท่ากว่า หรือหากใครมีดีกรีความมั่นจะใส่เดินสยาม อันนี้ก็สุดแล้วแต่จะสะดวกใจกันเลยนะคะ

            สำหรับการจะแต่งลุคนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก อย่างที่บอกไปเมื่อสักครู่ว่าถ้าหาไม่ได้จริงๆ ก็ให้ใช้วิธีการอแด็บเอาเสื้อครอปทอปมาทำเอา แต่สิ่งสำคัญกับการใส่ลุคนี้คือการมิกซ์แอนด์แมช ด้วยท่อนบนที่สั้นอยู่แล้ว ใส่ท่อนล่างเป็นเลคกิ้ง หรือยีนส์เข้ารูปพวกกับส้นสูงสวยๆ สักคู่ ก็ดูเป็นลุค Casual เดินชิลล์ๆ เพิ่มกระเป๋าสะพายข้างใบกลางๆ ไปหน่อย รับรองว่าเชิดได้อย่างสบาย หรือจะจับคู่เสื้อ Underboob กับกระโปรงทรงยาวไม่เข้ารูป ก็ให้ความรู้สึกสบายๆ ไม่น้อย แต่ถ้าใครมีความมั่นในระดับ Advance ประหนึ่ง Lady Gaga แล้วหละก็ ให้จัดเต็มสตรีมกับกางเกงยีนส์ขาสั้น ที่ระดับเกือบจะเป็นกางเกงชั้นใน คู่กับรองเท้าบู้ทนัง โดยลุคนี้จะเพิ่มความกรั้นจ์เข้าไปด้วยแจ็คเก็ตหนัง หรือ ยีนส์คุลมสักตัวก็อยู่แล้ว

            ลุคนี้ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับผู้หญิงปล่อยให้ผมปลิวสะพรั่ง ทางที่ดีควรมัดรวบผมไปด้านหลัง หรือจะทำเป็น Pony Tail ก็จะให้ลุคสุดเซ็กซี่ดีกรีเผ็ดระดับสิบ หรือถ้าอยากจะปล่อยผมก็แนะนำให้เซ็ทเป็น Wet Hair ก็จะเพิ่มความร้อนแรงให้กับลุค แต่คำเตือน ลุคนี้เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่ไม่มีหน้าท้อง ดังนั้นก่อนที่คิดจะใส่ Underboob รีบไปสมัครฟิตเนส หรือยิมใกล้บ้านแบบด่วนๆ เพราะยิ่งมีซิคแพค หรือหน้าท้องมีความเฟิร์มรับรองว่าลุคนี้รอดได้ไม่ยาก :

 picture Credit >> elle.com