Yankee หนุ่มที่เลือดร้อน? อันธพาล? เเยงกี้ คือใคร?  

สังคมของประเทศญี่ปุ่นนั้นถือว่า เป็นสังคมที่มีความหลากหลายเเละมีกลุ่มคนเเปลกๆ อยู่หลายแบบด้วยกัน ทำให้มีความน่าสนใจเเละน่าเรียนรู้ถึงกลุ่มคนต่างๆ ที่อยู่ในสังคมญี่ปุ่น ซึ่งถึงเเม้ในปัจจุบันนั้นญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่ทันสมัยเเละจัดว่าเป็นประเทศที่เจริญทางด้านเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก เเต่ก่อนที่พวกเขาจะมาถึงจุดนี้ได้นั้นก็เรียกว่าผ่านความยากลำบากเเละสับสนมาไม่น้อยเลยทีเดียว ในช่วงเวลาของความสับสนที่ว่านั้นก็มีกลุ่มคนหนึ่งเกิดขึ้น เรียกกันว่า Yankee – เเยงกี้-ヤンキー” โดยเป็นชายหนุ่มเลือดร้อนจำนวนหนึ่งที่มารวมตัวกันเเละก่อผลกระทบทางสังคมเป็นอย่างยิ่ง เเละในปัจจุบันนั้นพวกเขาก็คงยังอยู่ในสังคมของญี่ปุ่น เพียงเเต่เปลี่ยนรูปเเบบเเละเเนวทางออกไปจากในอดีต   ติดตาม  newszociety.com  มาพบกับเรื่องราวของพวกเขากันค่ะ 

cr: pm1.narvii.com

หนุ่มเกเรเลือดร้อน

สำหรับคำที่ถูกนำมาเรียกว่า Yankee – เเยงกี้-ヤンキー” นั้นก็คือคำเดียวกับที่หมายถึงชาวอเมริกันฝ่ายเหนือในช่วงสงครามกลางเมืองนั่นเอง โดยคำนี้เริ่มมาตั้งเเต่ช่วงทศวรรษที่ 60 ในช่วงที่ย่าน America-Mura (แปลว่า หมู่บ้านอเมริกา) ในโอซาก้า เริ่มก่อตั้งขึ้นมา โดยที่ย่านนี้จะจำหน่ายสินค้าเเฟชั่นที่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกาทั้งในส่วนของเสื้อฮาวายสีสันฉูดฉาด ไม่ว่าจะเป็นกางเกงยีนส์เเบรนด์ต่างๆ รวมทั้งหมวกเเละรองเท้า ต่างก็ได้รับความนิยมจากบรรดาวัยรุ่นญี่ปุ่นในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก ในการมาเลือกซื้อเลือกหาไปเเต่งตัวตามสไตล์อเมริกัน

Picture from gaijinrider.altervista.org

จนเด็กวัยรุ่นพวกนั้นถูกขนานนามว่า “Yankee – เเยงกี้”   ด้วยความที่เป็นวัยรุ่นเลือดร้อนฮอร์โมนพุ่งพล่านจึงทำให้พวกเขามีเรื่องมีราวชกต่อยกันอยู่เป็นประจำ สร้างความเบื่อหน่ายเเละเดือนร้อนให้กับประชาชนทั่วไป จนมีการนำคำว่า “Yankee – เเยงกี้”  มาเรียกเหมารวมพวกเขาเข้าไปด้วย ทำให้เป็นการกำเนิดกลุ่มเด็กหนุ่มที่เลือดร้อนขึ้นมานั่นเอง

กระแสความนิยมของแยงกี้ในภาพยนต์ เรื่อง CROW EXPLODE/ picture from themoviedb.org

สไตล์ในแต่ละยุค

Yankee – เเยงกี้   เเบ่งออกเป็น 3 ยุคด้วยกัน โดยในยุคช่วงทศวรรษที่ 60-70 นั้นเป็นยุคเเห่งการเเสวงหาอิสระเสรีภาพของเหล่าวัยรุ่นกันทั่วโลกเลยทีเดียว เพราะหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลงก็เกิดสงครามเกาหลี เเละสงครามเวียดนามตามมา ซึ่งเป็นช่วงหลังสงครามที่ญี่ปุ่นต้องเร่งพัฒนาเศรษฐกิจกันอย่างมากมาย  หมดสิ้นความเป็นประเทศมหาอำนาจอย่างสิ้นเชิง ทำให้เด็กหนุ่มๆ ที่เกิดขึ้นเเละจำความได้ลางๆ ถึงความยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกนั้น เกิดสับสนเเละต่อต้านสังคมขึ้นมา พวกเขารวมตัวกันเเละมีเรื่องชกต่อยไปทั่วตามประสาวัยรุ่น พร้อมกับสนใจในเรื่องของความเร็วซึ่งก็คือมอเตอร์ไซด์ที่พวกเขาให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

cr: imgur.com/gallery/FiCWtPY

เเละในช่วงเวลานั้นเเก๊งที่ใหญ่ที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น Black Emperors ซึ่งเป็นเเก๊งรถซิ่งที่มีจำนวนสมาชิกมากกว่า 2,000 คนเลยทีเดียว โดยมีระบบในการจัดการเเก๊งคล้ายๆ กับยากูซ่าที่จะมีขั้นลำดับในเเก๊งอย่างชัดเจนเเละมีหน้าที่ที่ได้รับการเเบ่งกันเอาไว้เเล้ว อีกทั้งในการมาเข้าเป็นสมาชิกเเก๊งนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะจะมีการสืบประวัติเเละดูหน่ายก้านกันอีกด้วย โดยลักษณะการเเต่งตัวของเหล่าเเยงกี้ในยุคนี้จะเป็นกางเกงขาโตๆ เสื้อคลุมยาวๆ เเละมีการปักสโลเเกนของแก๊งที่ดูเเล้วกวนบาทาเป็นอย่างยิ่งด้วยคำเล่นคำต่างๆ นานา รองเท้าเเตะมีส้น หรือไม่ก็รองเท้าเเบบนินจา เสื้อก็จะมีสีสันฉูดฉาด

ผมทรงรีเจ้นท์ เฟี้ยวมาก

โดยนิยมใส่สีม่วงกันในช่วงเวลานี้ พร้อมกับเอกลักษณ์ด้วยทรงผมรีเจ้นท์ (regent hairstyle)  ที่ใส่น้ำมันเเละจัดเป็นทรงก้อนๆ อยู่บนหัว หรือไม่ก็ดัดให้หยิกไปทั้งหัวเลย

Picture from i.warosu.org

กิจกรรมของเหล่าแยงกี้

 Yankee – เเยงกี้”    ในช่วงเวลานี้ก็ไม่ค่อยมีกิจกรรมอย่างอื่นนอกจากการรวมตัวขับรถซิ่งกันเเป็นกลุ่มๆ โดยรถมอเตอร์ไซด์ที่พวกเขามักจะเลือกใช้นั้นจะเป็นรุ่น 400 ซีซี โดยเฉพาะ Kawasaki Z400FX จัดว่าเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง  เพราะซื้อหาเเละครอบครองได้เเบบถูกกฎหมายง่ายๆ

มอเตอร์ไซด์รุ่นตำนาน ของแยงกี้ Kawasaki Z400FX /  credit  picture : motorcyclespecs.co.za

ถึงแม้ในยุคนั้นการสอบใบขับขี่มีความยุ่งยากเป็นอย่างมากเเละอัตราในการสอบได้ใช้ขับขี่ของรถมอเตอร์ไซด์รุ่นใหญ่ๆ อย่าง 750 ซีซีนั้นเรียกว่ายากพอๆ กับการสอบเข้าโทได*เลยทีเดียว ทำให้มอเตอร์ไซด์รุ่นนี้เป็นรุ่นประจำของเหล่าเเยงกี้นักซิ่ง มีการนำรถมาตกแต่งดัดแปลงเป็นสไตล์ต่างๆ ที่มีความน่าสนใจเเละมีการเเต่งไฟหน้ารถให้สว่างสูงถึง 4 เมตรเลยทีเดียว

Yankee motorcycle/ picture from Heyltje Rose

 พวกเขามักจะออกมาขับรถเล่นกันในเวลาค่ำคืน มีการนำธงของกลุ่มมาประดับในขบวนอีกด้วย สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนที่ขับรถยนต์ไปมาในช่วงเวลานั้นเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งยังมีเรื่องการชกต่อย   ขับขี่มอเตอร์ไซด์เป็นแก๊งไปก่อกวนเมือง  จนถูกเรียกว่าเป็น เยงกี้ในยุคคลาสสิค โดยภาพลักษณ์ของเเยงกี้ในยุคนี้จะถูกถ่ายทอดออกมาตามสื่อต่างๆ ว่าเป็นนักเลงคนจริงมีคุณธรรมอะไรประมาณนี้ เเต่ในชีวิตจริงเเล้วพวกเขาก็เเค่พวกอันธพาลที่ก่อเรื่องไปวันๆ เท่านั้นเอง เเละเมื่อเข้าสู่ช่วงทศวรรษที่ 80 เเล้ว เรื่องราวของพวกเขาก็เลือนหายไปจากสังคมญี่ปุ่น เพราะเป็นช่วงเศรษฐกิจที่ดีมากของประเทศ ทำให้การหาความสุขของวัยรุ่นในยุคสมัยนี้เปลี่ยนไป โดยไม่ต้องชกต่อยมีเรื่องให้เสียเลือดก็มีความสุขได้ เเยงกี้จึงหายไปช่วงเวลาหนึ่ง

artist MASAYUKI YOSHINAGA / picture from mwakasapresents.com

Yankee style motorcycle /Picture from Tofugu.com

picture from motormavens com

เข้าสู่ช่วงปลายทศวรรษที่ 80-90 เศรษฐกิจของญี่ปุ่นตกต่ำอีกครั้ง เเละการเเสวงหาอิสระก็เกิดขึ้นอีครั้งทำให้เหล่าเเยงกี้กลับมาอีกเป็นครั้งที่ 2 เเละบูมอย่างมากเมื่อมีมังงะ (การ์ตูน) หลายเรื่องที่นำเสนอเรื่องราวของเหล่าเเยงกี้ ทั้ง Be-Bop Highschool เเละคาเมเลออน (Chameleon)  ที่จับตลาดเเยงกี้โดยเฉพาะ ทำให้พวกเขาโด่งดังเป็นอย่างมากในหน้าสื่อต่างๆ  เเต่ที่เด่นดังจนรู้จักกันทั่วโลกน่าจะเป็นมังงะ เรื่อง เรียกเขาว่าอีกา (CROWS ZERO) เเละจอมเกบลูส์ (Rokudenashi Blues)

yangkee Cartoon / picture from PR TIMES.com

โดยการเเต่งกายของเเยงกี้ในยุคนี้ก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงกับยุคคลาสสิค  พวกเขาจะนิยมสวมกางเกงยีนส์ทรงกระบอกเเบบดาราดังในยุคนั้นอย่าง Ozaki Yutaka ส่วนเสื้อนั้นก็เป็นเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำ หรือเสื้อเเจ็เก็ตสุกะจัง ลายปักมังกร ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่สำคัญในช่วงเวลานี้ โดยสำหรับเสื้อเเจ็คเก็ตสุกะจัง  (Sukajan Jacket) นั้นเป็นเสื้อเเจ็คเกตที่จั๊มแขนเเละเอว โดยผลิตขึ้นที่เมืองโยกุสุกะ ในจังหวัดคานากาวะ เนื้อผ้าเเบบซาติน (Satin) มีการปัก (Embroidery) เป็นลวดลายที่เกี่ยวข้องกับประเทศญี่ปุ่น ทั้งมังกร เสือ หรือ สถานที่สำคัญ รวมทั้งเเผนที่ประเทศญี่ปุ่น และมีคำว่า Japan อยู่ด้วย

AKB48 สวม yokosuka jumper / Picture from TV Tokyo

เพราะออกเเบบโดยเหล่าทหารอเมริกันที่มาปฏิบัติหน้าที่อยู่ในญี่ปุ่นตั้งเเต่หลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อถึงช่วงเวลาที่หมดรอบในการปฏิบัติงานพวกเขาก็หาซื้อของที่ระลึกเพื่อนำกลับไปยังบ้านเกิด ซึ่งก็คือเสื้อเเจ็คเก็ตสุกะจังสไตล์นี้นี่เอง  ในเวลานั้นถือว่าเป็นสินค้าที่ระลึกยอดฮิตของเหล่าทหารอเมริกัน ในเวลาต่อมาเหล่า Yankee – เเยงกี้    ก็ได้เอามาใช้เป็นหนึ่งในเครื่องเเบบของพวกตน โดยพวกเขาจะใส่เฉพาะเสื้อที่ผลิตในญี่ปุ่นเท่านั้น ในยุคนี้เเยงกี้ที่อาศัยในเมืองใหญ่อย่างโตเกียว พวกเขาใช้คำว่า TEAMER-ทีมเมอร์ เเทนที่คำว่า GANG-แก๊ง เเละออกเเนวไปทางเเฟชั่นมากกว่าจะเป็นพวกซิ่งรถมอเตอร์ไซด์ เเต่ในจังหวัดรอบนอกนั้นก็ยังคงมีการรวมกลุ่มซิ่งรถกันอยู่เเต่ไม่ได้มากเหมือนในช่วงเเยงกี้คลาสสิคอีกเเล้ว เมื่อความนิยมเริ่มซ่าลง พวกเขาก็หันมาเป็นฮิปฮอบตามสมัยนิยมกันเป็นอย่างมาก เเต่ก็ยังคงเอกลักษณ์อย่างการสวมเสื้อเเจ็คเก็ตสุกะจังเอาไว้

Cr> picture https://i.pinimg.com/736x/8f/dd/f8/8fddf8523ca680644b3340cbff275aaa–

พอเข้าสู่ช่วงปี ค.ศ.2000 Yankee – เเยงกี้    ยุคที่ 3 ก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับความโด่งดังของภาคต่อของมังงะชื่อดังอย่าง  Worst  เเละมีมังงะเกี่ยวกับเเยงกี้ออกมาอีกมากมายหลายต่อหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งสร้างความนิยมในหมู่เเยงกี้เป็นอย่างยิ่ง โดยในยุคนี้พวกเขาเเต่งตัวเป็นเเบบฮิบฮอบเสียมากกว่า โดยกางเกงสีขาวจะได้รับความฮิตเป็นอย่างมาก พร้อมกับเสื้อยืด เเละหมวกเเบบเรปเปอร์ ส่วนรองเท้าก็จะเป็นเเบบไนกี้แอร์ หรือแอร์จอร์เเดน

yangkee Cartoon credit pic gamebiz.jp

CROW ZERO  แยงกี้ มังงะ credit pic see on picture

เเต่เสื้อเเจ็คเก็ตสุกะจังก็ยังคงเป็นเอกลักษณ์ดั่งเช่นวันวาน  พวกเขาไม่ได้ขี่มอเตอร์ไซด์ Kawasaki Z400FX อีกเเล้ว เพราะเป็นรุ่นที่หายากมากๆ ไปเเล้ว พวกเขามาใช้บริการของรถไฟเเทน หรือไม่ก็รถสกูตเตอร์ขนาดใหญ่ เเต่ก็ยังคงมีการรวมตัวกันอีกเช่นเดิม ส่วนการชกต่อยมีเรื่องกันนั้นก็ยังคงมีประปราย เเต่วัฒนธรรมของพวกเขานั้นกลายมาเป็นเเฟชั่นในสังคมญี่ปุ่นไปเสียมากกว่า

Artist BOY and Men กับสไตล์การแต่งกานในลุคส์แยงกี้ / Picture from boysandmen.com.jp

 Yankee – เเยงกี้”    ในยุคปัจจุบัน นั้นจะไม่ค่อยนิยมรถมอเตอร์ไซด์กันเเล้ว พวกเขาจะมานิยมในการเเต่งรถยนต์ขนาดใหญ่อย่างรุ่น โตโยต้า คราวน์ หรือไม่ก็คาลิเเลต  มีการเเต่งภายในเเบบสวยงามเเละหรูหราด้วยหนัง หรือขนสัตว์ พร้อมกับมีการใส่ระบบไฮโดรลิคเข้าไปอีกด้วย

ฉะนั้นเเล้วเเยงกี้ในยุคปัจจุบันนั้นต้องมีเงินเป็นอย่างมากถึงจะเป็นได้ เรียกว่าเป็นการเปลี่ยนเเปลงที่กลายเป็นกลุ่มวัตถุนิยมมากกว่าเเสวงหาความอิสระเเบบยุคเเยงกี้คลาสสิคโดยสิ้นเชิง เเต่ถึงอย่างไรพวกเขาก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งในกลุ่มก้อนทางสังคมของญี่ปุ่นที่สร้างสีสันเป็นอย่างดี และเป็นอีกหนึ่งในผลกระทบทางด้านการปกครองและเศรษฐกิจของประเทศ โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นนั้นอาจจะหาตัวแยงกี้เจอได้ยากแล้วในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงพอจะมีให้เห็นกันอยู่บ้างตามแห่ลงรวมตัวของพวกเขาตามลานจอดรถขนาดใหญ่ ที่พวกเขาจะเอารถมาโชว์กัน


โทได*

มหาวิทยาลัยโตเกียว (ญี่ปุ่น: 東京大学 Tōkyō Daigaku โทเกียวไดงะกุ) หรือย่อว่า โทได (東大( Tōdai )) เป็นมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นในลักษณะของมหาวิทยาลัยวิจัย ตั้งอยู่ที่เมืองโตเกียว มีพื้นที่แยกออกเป็น 5 วิทยาเขต ใน ฮงโง โคมะบะ คะชิวะ ชิโระงะเนะ และ นะกะโนะ และได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น

Click เพื่อติดตามอ่านบทความอื่นๆ ในหมวด SPRIT OF JAPAN

 

บทความ Yankee เเยงกี้ คือใคร? ใช่หนุ่มที่เลือดร้อนหรือเปล่า?

เนื้อหาทั้งหมดเป็นลิขสิทธิ์ของ http://www.newszociety.com  อนุญาตให้นำบทความไปเผยแพร่ทางสื่ออื่นๆ ได้ โดยการแชร์  และใส่ลิงค์บทความนั้นๆ (link/URL แบบ follow) กลับมาด้วยทุกครั้ง